About sbobetapac

Here are my most recent posts

ลูกดารา ขวัญใจแฟนคลับ

ลูกดารา

ลูกดารา ขวัญใจแฟนคลับ – ยกขบวนความน่ารักจัดหนักจัดเต็ม บอกเลยว่ามีลูกดาราแจ้งเกิดในวงการบันเทิงมากมาย ทั้งที่เป็นขวัญใจแม่ยกอยู่แล้ว และบางคนก็เพิ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่นาน แต่ด้วยความน่ารักที่ไม่เป็นสองรองใคร ก็สามารถกุมหัวใจของคนทั้งประเทศได้แบบอยู่หมัด ซึ่งจะมีใครกันบ้าง  ทางเรราขอรวบรวมภาพความน่ารักของเหล่าหนูน้อยลูกคนดังมาอัพเดทให้ชมกันซะเลย งานนี้จะน่ารักน่าเอ็นดูกันขนาดไหน ตามไปชมกันเลย

 

“น้องเรซซิ่ง”

คุณแม่แพท ณปภา กับ คุณพ่อเบนซ์ อัครกิตติ์ ให้กำเนิดหนุ่มน้อยขวัญใจมหาชน “น้องเรซซิ่ง” แม้ว่าตอนนี้แม่แพทจะทำหน้าที่แม่เลี้ยงเดี่ยวชั่วคราว แต่เธอก็ดูแลเรซซิ่งได้ดีอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แถมมีคลิปน่ารักๆ กับลูกชายให้แฟนคลับได้ติดตามอีกด้วย ซึ่งตอนนี้ดังมาก มีคนfollow เยอะอีกด้วย ทำให้คุณแม่แพทปังไม่หยุด

 

“น้องตฤณ” ลูกคุณแม่วิกกี้ สุนิสา และ คุณพ่อชาย ชาตโยดม

ลูกชายคนแรก ของคุณแม่วิกกี้ สุนิสา และ คุณพ่อชาย ชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ ทั้งยังมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Tristan หรือ น้องทริสเท่น หน้าตาน่ารักน่าชัง แก้มยุ้ย น่าฟัดสุดๆ

 

“น้องลีอา” ลูกสาวของคุณแม่เด็บบี้ บาร์ซู

ลูกสาวของคุณแม่เด็บบี้ บาร์ซู อดีตนักร้องขาแดนซ์ กับคุณพ่อเดวิด สเตลี่ ที่ไปคลอดไกลถึงอเมริกา ผิวขาว น่ารักน่าชังสุดๆ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงก็คอยลูกสุดรักอย่างใกล้ชิด

 

“น้องทาเรีย” ลูกคุณแม่น้ำฝน กุลณัฐ

หลังพยายามมีลูกอยู่นานทั้งยังต้องอุ้มท้องนานถึง 10 เดือนเต็ม คุณแม่น้ำฝน กุลณัฐ ก็ได้ฤกษ์คลอดลูกสาวน้องทาเรีย ที่ฉายแววสวยตั้งแต่เด็ก ได้ดั้งโด่งๆ เป็นสันจากคุณคุณพ่อจอร์แดน วินเทอร์ มาเต็มๆ

 

“น้องนารา” ลูกสาวคนที่ 2 คุณแม่เปิ้ล ภารดี

ลูกสาวคนที่ 2 คุณแม่เปิ้ล ภารดี กับคุณพ่อนิว เชื้อชาติ คลอดเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. บอกเลยคนนี้น่ารักสดใส ตาโตบ้องแบ๊วไม่แพ้พี่สาว “น้องกาย่า” เลยล่ะจ้า

 

“น้องฟาฟา” ลูกสาวของคุณพ่อดิ๊พ บอยสเก๊าท์

ลูกสาวของคุณพ่อดิ๊พ บอยสเก๊าท์ กับคุณแม่โดนัท ริณดา เรียกว่าสมใจคุณพ่อดิ๊พหลังจากเจ้าตัวมีลูกชายมาแล้ว 2 คนกับภรรยาคนก่อน

 

“น้องจอมทัพ” ลูกชายคนแรกของ คุณแม่อ๋อม สกาวใจ
ลูกชายคนแรกของ คุณแม่อ๋อม สกาวใจ กับคุณพ่อเอ อาทิตย์ โดยถือฤกษ์งามยามดี

 

“น้องไพร์ม” ลูกชายคนที่ 2 ของคุณพ่อเท่ห์ อุเทน

ลูกชายคนที่ 2 ของคุณพ่อเท่ห์ อุเทน กับคุณแม่ปรินดา เกียรติเสริมสกุล หลังจากมีลูกสาวมาแล้ว 1 คน

 

“น้องธันเดอร์-สตรอม” ลูกแฝดของคุณแม่ชมพู่ กับคุณพ่อน็อต วิศรุต

ลูกชายฝาแฝดของซูเปอร์สตาร์คนดัง คุณแม่ชมพู่ อารยา กับคุณพ่อน็อต วิศรุต โดยถือฤกษ์ดีลืมตาดูโลกเมื่อเวลา เรียกได้ว่าเป็นสองหนุ่มน้อยสองหนูน้อยที่ฮอตตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลกกันเลยจ้า

 

”น้องสปูน” ลูกชาย ของคุณแม่แมงปอ ชลธิชา

ลูกชาย ของคุณแม่แมงปอ ชลธิชา นักร้องลูกทุ่งสาว กับ คุณพ่อบิ๊ก ปิยพงษ์

 

“น้องลูก้า” ลูกสาวคุณพ่อต้าร์ นาวิน

ลูกสาวคนแรก คุณพ่อต้าร์ นาวิน กับคุณแม่น้ำหวาน พัสวี  น่าตาน่ารักจิ้มลิ้มได้ความสวยหล่อจากคุณพ่อคุณแม่มาเต็มๆ

 

“น้องเทย์แลน”  ลูกคนที่ 2 ของคุณแม่ลิซ่า อลิซาเบธ

ลูกคนที่ 2 ของคุณแม่ลิซ่า อลิซาเบธ พิธีกรสาวคนเก่ง กับคุณพ่อบ๊อบ ไวยวิทย์

 

“น้องรพี”  ลูกคนที่ 2 ของคุณแม่นุ้ย สุจิรา

หนุ่มน้อยสุดน่ารัก น้องระพี ด.ช.เอกรพี หลีระพันธ์ ลูกคนที่ 2 ของคุณแม่นุ้ย สุจิรา กับคุณพ่อปอนด์ ชยพล  ที่เกิดมาก็หล่อเลยจมูกโด่งมาเต็ม

 

“น้องไรอัน” ลูกชายคนที่ 2 คุณพ่อจอห์น วิญญู

ลูกชายคนที่ 2 คุณพ่อจอห์น วิญญู กับคุณแม่แพร ชุติมา ซึ่งตรงกับวันเกิดของคุณพ่อจอห์นอีกด้วย ถือว่าเกิดมาเพื่อเป็นของขวัญสุดพิเศษเลยจริงๆ

 

”น้องดิน”ลูกคุณพ่อกัปตัน ภูธเนศ กับ คุณแม่เอ้ก บุษกร

ลูกชายคนแรกของคุณพ่อกัปตัน ภูธเนศ กับ คุณแม่เอ้ก บุษกร บอกได้คำเดียวว่า น้องดินฉายแววหล่อหนักมาก โอ๊ยยยยน่ารักน่าเอ็นดูที่สุด

 

”น้องเทคออฟ” คุณแม่กุญแจซอล ป่านทอง

ลูกชายคนแรก ของคุณแม่กุญแจซอล ป่านทอง กับคุณพ่อฌณัฏฐ์ เลิศพัฒนาไทย โดยตั้งชื่อให้ว่า ด.ช.เหนือเมฆ เลิศพัฒนาไทย แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีดราม่าประเด็นครอบครัวหนักมาก แต่ทั้งคู่ก็ขอทำหน้าที่พ่อและแม่ของน้องเทคออฟต่อไปให้ดีที่สุด

 

“น้องอคิณ” ลูกคุณแม่เนย โชติกา

ลูกชายของ คุณแม่เนย โชติกา กับคุณพ่ออาร์ฒ จันทร์สิริเพิ่ง หน้าเหมือนคุณพ่อเป๊ะ

 

  1. “น้องมียา” ลูกสาวคุณพ่อเติ้ล-ตะวัน จารุจินดา และคุณแม่กระแต-เสาวคนธ์

เรียกว่ามีทั้งเรื่องยินดี และน่าตกใจในเวลาเดียวกัน สำหรับนักแสดงหนุ่ม เติ้ล-ตะวัน จารุจินดา และกระแต-เสาวคนธ์ จารุจินดา แฟนสาวนอกวงการ เพราะกระแต เกิดมีอาการครรภ์เป็นพิษจึงต้องทำการผ่าคลอดลูกสาวน้องมียา ด.ญ.อะมีณยา จารุจินดา คลอด ณ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท

 

ลูก ตื่นกลางคืนบ่อย

ลูก ตื่นกลางคืนบ่อย มาฟังทางนี้

ลูก ตื่นกลางคืนบ่อย 

ลูก ตื่นกลางคืนบ่อย มาฟังทางนี้ – ลูกน้อยตื่นกลางคืนบ่อย คุณแม่บางท่านอาจเกิดความสงสัยว่า ทำไมลูกน้อยถึงตื่นบ่อยเวลากลางคืน แล้วมีวิธีใดบ้างช่วยให้ลูกน้อยยอมนอน และไม่ตื่นมากลางดึก ในวันนี้เรามีวิธีช่วยให้ลูกน้อยนอนเร็วขึ้นและนอนหลับตลอดทั้งคืนมาฝากค่ะ แต่ก่อนอื่นคุณแม่ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการนอนของเด็ก ว่าพวกเขานั้น มีพฤติกรรมการนอนเป็นอย่างไรปัญหาการนอนของเด็กนั้น พบบ่อยมาก ปัญหาการนอนของลูกอาจเริ่มตั้งแต่รับลูกมาจากโรงพยาบาลจนบางทีไปถึงวัยอนุบาลก็ได้ ดังนั้น คุณแม่มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการนอนของลูกกันดีกว่าค่ะ

ลูกน้อยตื่นกลางคืนบ่อย กับพฤติกรรมการนอนของเด็กแต่ละช่วง

การนอนนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการเด็ก จากการศึกษาวิจัย ทำให้ทราบได้ว่า ทารกจะใช้เวลากับการนอนมากถึง 16 ชั่วโมงต่อวัน โดยจะตื่นร้องทุก ๆ 3 – 4 ชั่วโมง ซึ่งอาจเกิดจากความหิว เนื่องจากเด็กทารกจำเป็นต้องดูดนมทุก 3 – 4 ชั่วโมง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทารกจะตื่นเวลากลางคืน ในช่วงนี้คุณพ่อ คุณแม่ต้องทำใจค่ะ เพราะอาจจะเหนื่อยสักหน่อย แต่พอลูกเริ่มโตขึ้น พวกเขาก็จะหลับกลางคืนได้นานขึ้น ซึ่งพบว่าประมาณ 70% ของเด็กอายุ 3 เดือนจะเริ่มหลับยาวได้เกือบตลอดคืน และเมื่ออายุ 4 เดือน เด็กหลายคนจะหลับต่อเนื่องได้ถึง 8 ชั่วโมง ในช่วงเวลานี้ คุณพ่อ คุณแม่ก็สามารถพักผ่อนได้มากขึ้น สำหรับเด็กส่วนหนึ่งที่ยังตื่นกลางดึกแล้วร้องไห้ สาเหตุหลักอาจเกิดจากการที่คุณแม่ให้นมลูกบ่อยเกินไป อย่างเช่น ในเวลากลางวัน คุณแม่ให้นมลูกทุก 1 – 2 ชั่วโมง หรือให้นมทุกครั้งที่ลูกร้องไห้ จนทำให้ลูกเกิดความเคยชิน และทำให้รู้สึกหิวทุก ๆ 1 – 2 ชั่วโมง เป็นผลทำให้เวลากลางคืนลูกตื่นมาร้องไห้บ่อย เพื่อขอกินนมนั่นเอง

ความเข้าใจผิด ๆ มีผลต่อการตื่นนอนกลางคืนของลูกได้

การที่คุณแม่เอาขวดนมใส่ปากแล้วเด็กหยุดร้องชั่วคราวนั้น เกิดจากกลไกทางระบบประสาทที่เรียกว่ารีเฟลกซ์ (Sucking reflex) เมื่อมีวัตถุเช่น จุกนม หรือหัวนมแม่เข้ามาสัมผัสในปาก ระบบประสาทจะสั่งให้เกิดการดูดโดยอัตโนมัติ เมื่อต้องดูดก็ต้องหยุดร้อง เพราะไม่มีใครสามารถดูดไปร้องไปในเวลาเดียวกันได้ ด้วยเหตุนี้ คุณแม่หลายคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าลูกร้องเพราะหิว เมื่อคุณแม่เอานมใส่ปากทีไร ลูกก็หยุดร้องทันที การทำอย่างนี้ถือเป็นเรื่องที่ผิด เด็กจะถูกฝึกให้คุ้ยเคยกับการตื่นขึ้นมาดูดนมก่อนนอนทุกคืน ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ เมื่อลูกน้อยร้องกลางคืน คุณแม่ควรปฏติบัติตามขั้นตอนดังนี้

  1. ตรวจสอบความสะอาดของลูก อย่างเช่น ก้นลูกเปียกอุจจาระ ปัสสาวะหรือไม่ อาการรอบตัวร้อน หรือเย็นเกินไปหรือไม่ ถ้าไม่เจอสาเหตุดังกล่าว คุณแม่ลองตบก้นให้หลับ หรืออุ้มปลอบดูก่อน ถ้าไม่หยุดจริง ๆ อาจให้ดูดน้ำจากขวดนม ซึ่งเด็กหลายคนจะหลับต่อ โดยไม่ต้องให้นม
  2. ให้ลูกหลับบนเบาะหรือเตียงเสมอ ไม่ควรอุ้มเดินให้เด็กหลับคาอกแล้วจึงเอาไปวางบนเบาะ ซึ่งคุณพ่อ คุณแม่หลายคนมักจะอุ้มลูกไปมา เป็นชั่งโมง ๆ ให้ลูกหลับคาอก ซึ่งอย่างนี้ก็เป็นการฝึกนิสัยที่ไม่ถูกต้องอีกเช่นกัน เพราะเมื่อลูกโตขึ้น น้ำหนักตัวก็จะมากขึ้น คุณพ่อ คุณแม่อาจเกิดอาการเมื่อยล้าได้ หากต้องอุ้มลูกทุกคืนเป็นชั่วโมง
  3. จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอนหลับ อย่างเช่น เงียบ ไม่มีเสียงรบกวน ปรับอาหารให้เย็นสบาย ปิดไฟมืด ไม่ควรเปิดไฟ หรือเปิดทีวีในห้องนอนทิ้งไว้ อย่างนี้ถึงจะช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับต่อตลอดคืนได้

ที่สำคัญ ก่อนพาลูกเข้านอนไม่ควรกระตุ้นลูกมากเกินไป คุณพ่อ คุณแม่บางท่านอาจทำงานหนักกลับบานดึก และต้องการเล่นกับลูก การเล่นถือเป็นเรื่องดี แต่ไม่ควรมากจนกลายเป็นการกระตุ้นลูกให้นอนไม่หลับ หรือหลับไปแล้วตื่นมากลางดึก เพราะจะทำให้ลูกน้อยนอนผวาจนนอนไม่ได้นั่นเอง

ลูกไม่เชื่อฟัง

ลูกไม่เชื่อฟัง ควรกำราบให้ถูกวิธี

ลูกไม่เชื่อฟัง 

ลูกไม่เชื่อฟัง ควรกำราบให้ถูกวิธี – เด็กในช่วง 2-12 ปี จะซนและดื้อมากที่สุด พ่อแม่พูดอะไรก็ไม่เชื่อฟัง ไม่ยอมทำตาม ยิ่งถ้าบอกว่า “อย่า” เด็กก็จะยิ่งอยากทำสิ่งนั้นมากขึ้น ยิ่งบังคับมากเท่าใด เด็กก็จะต่อต้าน และอยากเอาชนะมากเท่านั้น เด็กดื้อ ในความหมายของคนทั่วไป น่าจะหมายถึงเด็กที่ต่อต้านไม่เชื่อฟังในเด็กเล็ก เด็กอาจอาละวาดเพื่อแสดงความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งอาจถือเป็นพัฒนาการปกติ และจะถือว่าผิดปกติเมื่ออาการเป็นมากและไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ทั่วไปของสังคม

ลูกดื้อควรทำอย่างไร

ในเรื่องนี้ ผศ.นพ.ปราโมทย์ สุคนิชย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาล มนารมย์ ให้ข้อมูลว่า การที่เด็กดื้อ หรือซนเกิดจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น ที่ตัวของเด็กเอง เพราะเด็กที่เกิดมาแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ต่างมีพื้นฐานทางด้านอารมณ์ที่แตกต่างกันไปด้วย คือว่าตามลักษณะธรรมชาติของเด็กบางคนอาจจะมีจังหวะจะโคนของตัวเอง พื้นฐานโดยทั่วไปก็จะแตกต่างกัน แต่เด็กที่ดื้อจะมีลักษณะที่เลี้ยงยากสักหน่อย มักมีอารมณ์ที่หุนหันพลันแล่น ไวต่อสิ่งเร้า มีการกินการนอนที่ไม่เป็นเวลา ซึ่งตรงนี้แต่ละคนก็จะมีพื้นฐานทางด้านอารมณ์ของตัวเองอยู่

นักวิจัยระบุว่า เด็กดื้อ มีพฤติกรรมก้าวร้าว ชอบสร้างปัญหา เพราะเกิดมาเป็นแบบนั้น หรือกล่าวในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ว่า พฤติกรรมที่เป็นปัญหาฝังติดมากับดีเอ็นเอของเด็ก โดยนักวิจัยพบยีน monoamine oxidase A ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมต่อต้านสังคม ยีนดังกล่าวมีผลอย่างมากกับพฤติกรรมของเด็ก กล่าวคือ หากยีนตัวนี้อ่อนแอ และเด็กถูกล่วงละเมิดหรือถูกปลูกฝังให้ต่อต้านสังคม มีความเป็นไปได้มากที่เด็กคนนั้นจะแสดงลักษณะนิสัยดังกล่าวออกมา แต่ถ้ายีนตัวนี้แข็งแรง เด็กจะมีแนวโน้มน้อยลงที่จะแสดงพฤติกรรมขวางโลก ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะเป็นอย่างไรก็ตาม อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ “เด็กดื้อ” จิตแพทย์ท่านนี้บอกว่า เป็นเรื่องของวัย เพราะโดยปกติแล้ว ในช่วง 1-3 ปี เด็กจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง เมื่อเขาสามารถก้าวเดินได้ เป็นธรรมดาที่จะต้องอยากทำนู้นทำนี่ สำรวจไปทั่ว เพราะเขายังไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่าสิ่งแวดล้อมที่เขาเห็นอยู่นั้นคืออะไร และเด็กๆในวัยนี้มักจะคิดว่าตัวเองสำคัญที่สุด ถ้าหากว่าพ่อแม่ผู้ปกครองจัดการไม่ถูกต้อง อาจจะส่งผลทำให้เด็กดื้อต่อเนื่องยาวนานถึงระดับอนุบาลหรือประถมศึกษาได้

ทั้งนี้กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้เด็กดื้อและซนมีได้หลายสาเหตุ

  1. ช่วงตั้งครรภ์ พบว่า เด็กที่มารดาสูบบุหรี่และ/หรือดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงตั้งครรภ์ รวมทั้งเด็กเล็กที่สัมผัสหรืออยู่ใกล้ผู้ที่สูบบุหรี่ มีโอกาสแสดงปัญหาซน  ดื้อ สมาธิสั้นได้มากกว่าเด็กที่มารดาไม่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ หรือไม่ได้อยู่ใกล้ผู้สูบบุหรี่
  2.  วัยเด็กเล็ก มีหลักฐานยืนยันว่าหากเด็กจ้องมองหรือดูทีวี หรือเล่นคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เล็กๆ (ก่อน 2 ขวบ)  หรือเล่นเกิน 1 ชั่วโมง (อายุ 2 – 5 ขวบ) หรือ 2 ชั่วโมง (อายุมากกว่า 5 ขวบ) มีโอกาสเกิดปัญหาซน ดื้อและสมาธิสั้นได้
  3. พัฒนาการตามวัย เด็กเล็กกระหายที่จะเรียนรู้ตามวัย ตามธรรมชาติ เช่น เด็กบางคนพอเริ่มคลานก็จะซนแล้ว จริงๆ คิดว่าเขาอยากจะฝึกทักษะทางร่างกายที่เขาได้พัฒนาขึ้นมา ถ้าเขาเริ่มยืน เดินได้ เขาก็จะเริ่มซนในเรื่องเดิน มันก็สนุกและท้าทายที่เขาเริ่มทำได้ แล้วก็อาจจะเริ่มไปค้น ไปคุ้ย ไปรื้อ เพราะเมื่อก่อนอาจจะได้แต่นั่งนิ่งๆ เพราะไม่รู้ว่าคืออะไร ไปเองก็ไม่ได้ จับก็ไม่ได้ จะให้คนอื่นพาไปก็ยังสื่อสารไม่รู้เรื่อง พอเดินได้ก็อยากไปดู แต่จริงๆ มันก็ตรงกับวัยที่เขาจะต้องสำรวจโลก แล้วก็ลงมือทำ โดยจะเริ่มในช่วง 1 ขวบกว่าๆ พอเริ่มเก่งขึ้นก็อาจจะเริ่มเล่นสมมุติ เป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น
  4. ปัญหากล้ามเนื้อ จากการอุ้มผิดท่า ท่านอนหรือนั่งที่ไม่เหมาะสม หรือเท้าแบนเกินไป ขาดการเคลื่อนไหวหรือออกแรงที่เหมาะสม ทำให้เด็กทรงท่าให้อยู่นิ่งไม่ได้ นั่ง หรือยืนนานๆ ไม่ได้ ต้องยุกยิกหรือขยับตัวตลอด แบบนี้เขาเรียกว่าซนแบบมีปัญหา ควบคุมร่างกายตัวเองให้นิ่งเพื่อที่จะทำกิจกรรมไม่ได้
  5. ปัญหาการเรียนรู้ผ่านระบบประสาทสัมผัส ส่งผลให้เด็กแสดงพฤติกรรมซน อยู่ไม่นิ่งหรือสมาธิสั้นได้ ซึ่งต้องได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ
  6. ปัญหาการเลี้ยงดู ที่ขาดวินัย และความสม่ำเสมอ
  7. ปัญหาสุขภาพของเด็ก เช่น นอนกรน นอนน้อย เป็นโรคบางชนิด หรือกินยาบางชนิด
  8. เป็นโรคซน สมาธิสั้น
 ลูกไม่ยอมกินข้าว

ลูก ไม่ยอมกินข้าว รับมือยังไงให้ไหว

ลูก ไม่ยอมกินข้าว 

ลูก ไม่ยอมกินข้าว รับมือยังไงให้ไหว – ลูกไม่ยอมกินข้าว นับเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในการเจริญเติบโตของทารกและเด็กเล็ก เมื่อทารกอายุประมาณ 9-11 เดือน จะไม่ต้องการให้พ่อแม่คอยป้อนอาหารให้ แต่อยากกินอาหารด้วยตัวเอง โดยเด็กแต่ละคนจะไม่กินข้าวมากน้อยแตกต่างกันไป ในขณะที่เด็กบางคนยังคงอยากให้พ่อแม่ป้อนข้าวอยู่ โดยเฉพาะเด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรือกล้ามเนื้อสำหรับเคี้ยวอาหารมีพัฒนาการช้า

ทำไมลูกไม่ยอมกินข้าว ปัญหาลูกไม่ยอมกินข้าวเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกันไป ได้แก่ การเลือกกิน การเลี่ยงอาหารใหม่ อาการแพ้อาหาร โรคกลัวอาหาร ปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการกิน และสาเหตุอื่น ๆ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

  • การเลือกกินเด็กมีปัญหาในการเลือกรับประทานอาหารบางอย่าง เนื่องจากไม่ชอบเนื้อสัมผัส รสชาติ หรือกลิ่นของอาหารนั้น ๆ พ่อแม่ควรสังเกตพฤติกรรมการเลือกกินของลูก เพื่อดูว่าเด็กเลือกกินและไม่กินอาหารอะไรบ้าง โดยทั่วไปแล้ว เด็กจะเริ่มเลือกกินมากขึ้นในกรณีที่เคยมีปัญหาการให้อาหารยากหรือเกิดความวิตกกังวลต่าง ๆ โดยเด็กที่ไม่ได้ลองกินอาหารที่มีเนื้อสัมผัสหรือรสชาติแปลกใหม่ตั้งแต่อายุยังน้อยมีแนวโน้มเกิดพฤติกรรมการเลือกกินได้สูง ทั้งนี้ เด็กบางคนอาจเริ่มมีพฤติกรรมดังกล่าวหลังจากที่เคยกินอาหารได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม เด็กที่เลือกกินอาหารอาจไม่ได้มีน้ำหนักตัวต่ำกว่ามาตรฐานหรือสุขภาพไม่ดี เนื่องจากเด็กบางคนก็ได้รับจำนวนแคลอรี่ และสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแม้จะชอบเลือกกินก็ตาม
  • เลี่ยงของกินแปลกใหม่เด็กเล็กมักเลี่ยงกินอาหารใหม่ พ่อแม่ควรช่วยให้เด็กลองรับประทานอาหารใหม่ ๆ โดยให้อาหารที่มีรสชาติคล้ายกับอาหารที่เด็กคุ้นเคย เช่น ให้เด็กลองกินมันบดซึ่งมีเนื้อสัมผัสคล้ายมันหวานบด จากนั้นให้เด็กค่อย ๆ รับประทานอาหารใหม่ในปริมาณน้อย โดยป้อนให้เด็กลองกิน 3 ครั้งในแต่ละมื้อ หากเด็กไม่ยอมกิน ก็เปลี่ยนให้กินอย่างอื่นที่ชอบก่อน แล้วค่อยให้ลองกินในมื้อต่อไป
  • อาการแพ้อาหารเด็กเล็กเกิดการแพ้อาหารได้มากถึงร้อยละ 8 ซึ่งจะเกิดขึ้นทันที ส่วนใหญ่แล้ว เด็กมักแพ้นม ถั่วเหลือง ไข่ ข้าวสาลี ถั่วต่าง ๆ และอาหารทะเล โดยจะเกิดอาการท้องร่วง อาเจียน มีผื่นขึ้น หรือปวดท้อง นอกจากนี้ เด็กเล็กยังเกิดภาวะที่ร่างกายรับอาหารบางอย่างไม่ได้ (Food Intolerance) ซึ่งต่างจากอาการแพ้อาหารทั่วไป เนื่องจากภาวะนี้เกิดจากระบบย่อยอาหาร ไม่ได้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เด็กที่เกิดการแพ้อาหาร Food Intolerance มักแพ้แลคโทส ข้าวโพด หรือกลูเตน โดยจะเกิดก๊าซในกระเพาะอาหาร ท้องอืด ท้องร่วง และปวดท้อง จะปรากฏอาการช้าหลังรับประทานอาหารที่แพ้เข้าไป แต่อาจเกิดอาการป่วยนานหลายชั่วโมงหรือหลายวัน
  • โรคกลัวอาหารอาการกลัวหรือโฟเบีย (Phobias) คือ อาการหวาดกลัวที่ทำให้บุคคลนั้นเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ตนรู้สึกกลัว อาการกลัวอาหารจัดเป็นภาวะที่พบได้ทั่วไป โดยเฉพาะเด็กที่เริ่มเข้าเรียน ซึ่งอาจเกิดขึ้นมาเองหรือเกี่ยวเนื่องกับปัญหาวิตกกังวลทั่วไป โรคกลัวอาหารมีหลายลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นการกลัวว่าการรับประทานอาหารจะทำให้ป่วย อาหารเป็นอันตรายหรืออาจก่อให้เกิดผลเสียต่อตนเอง หรือกลัวว่าอาหารจะทำให้สำลักและติดคอ
  • ปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการกินปัญหาสุขภาพบางอย่างอาจส่งผลให้เด็กรับประทานลำบาก โดยอาจดูด เคี้ยว หรือกัดอาหารไม่ถนัด สำลักหรือรู้สึกพะอืดพะอมเมื่อรับประทานอาหาร รวมทั้งรู้สึกเจ็บปวดหรือเกิดอาการท้องผูก หากพ่อแม่สังเกตว่าเด็กมีอาการดังกล่าว ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาตามอาการ

แก้ปัญหาลูกไม่ยอมกินข้าวอย่างไร ?

  • ให้เด็กกินข้าวเองเด็กเล็กจะใช้มือหยิบอาหารเมื่ออายุประมาณ 9 เดือน และลองใช้ช้อนส้อมเมื่ออายุประมาณ 15-18 เดือน พ่อแม่ควรให้เด็กหัดรับประทานอาหารเอง โดยสังเกตว่าเด็กรู้สึกหิวหรืออิ่มตอนไหน และให้อาหารเพิ่มหากเด็กหิวมาก แต่ไม่ควรนำอาหารที่ให้จนเยอะเกินไปกลับคืนมา
  • สังเกตอาการพ่อแม่ควรสังเกตว่าเด็กแสดงอาการหรือพฤติกรรมเกี่ยวกับการรับประทานอาหารอย่างไร เพื่อจะได้ให้อาหารเด็กอย่างเหมาะสม เช่น เด็กอาจวางอาหารไว้บนพื้นเมื่อรู้สึกอิ่ม
  • กระตุ้นเด็กให้รับประทานอาหารจากจานของพ่อแม่พ่อแม่ควรให้เด็กลองรับประทานอาหารจากจานของตนเอง เนื่องจากเด็กเรียนรู้การรับประทานอาหารที่แปลกใหม่จากการชิม โดยเริ่มจากการเลียนแบบผู้ใหญ่หรือเด็กอื่น หากเด็กไม่ชอบอาหารที่ให้ชิม ไม่ควรบังคับให้กินเข้าไป แต่ให้เด็กคายออกมา แล้วค่อยให้ลองกินครั้งต่อไปแทน โดยให้ลองรับประทานในปริมาณน้อย ทั้งนี้ การให้เด็กได้เห็นอาหารแปลกใหม่แม้จะไม่ได้รับประทานเข้าไปจะช่วยให้รู้สึกคุ้นเคยได้
ลูกก้าวร้าว

ลูกก้าวร้าว ต้องรับมือให้ไหว

ลูกก้าวร้าว 

ลูกก้าวร้าว ต้องรับมือให้ไหว – ก่อนอื่นคุณแม่ต้องเข้าใจก่อนนะคะว่าธรรมชาติของเด็กวัย 1-3 ปีซึ่งเป็นวัยเด็กเล็กนี้จะต่อต้านผู้ใหญ่ และอยากเป็นตัวของตัวเองมากกว่าวัยทารก เพราะเค้าจะสามารถเดินได้และช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง แต่ยังสื่อสารด้วยคำพูดไม่เก่ง เมื่อโดนขัดใจเด็กจึงอาจแสดงพฤติกรรมต่อต้านจนบางครั้งดูเหมือนก้าวร้าว เช่น ตี กัด ร้องดิ้นอาละวาด ได้ ซึ่งผู้ปกครองควรจะเข้าใจและทราบถึงวิธีการ”รับมือ” กับพฤติกรรมต่างๆเหล่านี้อย่างถูกต้องค่ะ

เพราะอะไรเด็กเล็กถึงก้าวร้าว?

พฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กเล็กมีปัจจัยสำคัญคือพื้นฐานอารมณ์และบุคลิกภาพของเด็กเอง ร่วมกับปัจจัยภายนอกหลาย ๆ อย่าง เช่น การเลี้ยงดูในครอบครัว หากผู้ปกครองชอบใช้อารมณ์รุนแรงในบ้าน สมาชิกในครอบครัวทะเลาะกันบ่อย ๆ หรือชอบใช้ความรุนแรงกับเด็ก การติดสารเสพติดในครอบครัว ครอบครัวที่ขาดระเบียบวินัย ไม่ได้สอนให้เด็กรู้จักการควบคุมอารมณ์ หรือสื่อทางโทรทัศน์ที่มีความรุนแรง ก็ส่งผลให้เด็กเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและก้าวร้าวได้นอกจากนี้ความผิดปกติบางอย่างเช่น โรคสมาธิสั้น ก็เป็นสาเหตุนำมาซึ่งความก้าวร้าวในเด็กได้ค่ะ

เราจะแก้ไขพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กเล็กได้อย่างไร?

คุณพ่อคุณแม่รวมถึงสมาชิกทุกคนในครอบครัวมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการแก้ไขพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็ก ๆ โดย เริ่มตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็กตามวัย และพยายามปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยการให้เหตุผลแก่ลูก เด็กเล็ก ๆ แบบน้องนีน่าก็สามารถเข้าใจเหตุผลสั้น ๆ ง่าย ๆ ได้นะคะ เช่น “ไม่แหย่หมานะคะ เพราะหมาจะกัด” เป็นต้น โดยคุณแม่ควรใช้ท่าทาง และน้ำเสียงที่หนักแน่น จริงจัง นอกจากนี้อาจหาสิ่งทดแทนที่ลูกสนใจทำแทนได้ เช่น ชวนเล่นตุ๊กตาแทน  ที่สำคัญคือครอบครัวควรเป็นแบบอย่างที่ดี หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ ทะเลาะกันในบ้าน เพื่อไม่ให้ลูกเลียนแบบสิ่งที่เห็น หากลูกไม่แสดงความก้าวร้าวทำร้ายผู้อื่นแล้วควรแสดงความชื่นชม เช่น กอดลูก ชมว่า “หนูเก่งมาก”

ถ้าคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องทำโทษลูกจะทำได้หรือไม่ และควรทำอย่างไร?

หากเด็กมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มจากการบอกห้ามและให้เหตุผล การเลิกให้ความสนใจแก่เด็กในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็เป็นการทำโทษวิธีหนึ่ง เพราะเด็กทุกคนต้องการความสนใจจากผู้ใหญ่ หากทำแล้วยังไม่ได้ผล อาจดุว่าลูกได้ แต่ไม่ควรตีเพราะการตีจะทำให้เด็กโกรธและยังสะสมความไม่พอใจ จึงอาจตีโต้ตอบหรือแสดงพฤติกรรมรุนแรงอื่น ๆ ตามมาได้ค่ะ

คุณพ่อคุณแม่จะสามารถป้องกันไม่ให้ลูกมีพฤติกรรมก้าวร้าวได้อย่างไร?

คุณพ่อคุณแม่และผู้เลี้ยงดูเด็กทุกคนควรร่วมมือกันป้องกันไม่ให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นต้นแบบของการควบคุมอารมณ์โกรธโดยไม่ใช้ความรุนแรง เช่น พูดคุยกันดี ๆ และมีเหตุผลในบ้านเมื่อมีปัญหาความขัดแย้ง ไม่มีการทำร้ายร่างกายกัน เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็ก สร้างความภาคภูมิใจในตัวเองให้เด็กโดยชมเชยให้เด็กรับรู้ได้ทันทีเมื่อทำดี นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรให้เด็กดูโทรทัศน์หรือสื่อต่าง ๆ ที่มีแบบอย่างของพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง และเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปีไม่ควรดูโทรทัศน์เลยนะคะ เพราะอาจทำให้เด็กพูดช้า สื่อสารลำบาก นำมาซึ่งพฤติกรรมก้าวร้าวได้ค่ะ เมื่อคุณแม่และคุณพ่อได้อ่านวิธีการรับมือเมื่อลูกก้าวร้าวอย่าลืมนำไปใช้หรือไปปฏิบติต่อลูกเมื่อเค้าทำตัวก้าวร้าวอย่างถูกวิธีด้วยนะคะ วิธีการง่ายๆแค่นี้ก็ช่วยสร้างพฤติกรรมดีๆให้แกลูกน้อยของเราได้แล้วค่ะ

ขอลูกฮ่องกง 

ขอลูกฮ่องกง ยังไงให้ได้ลูก

ขอลูกฮ่องกง 

ขอลูกฮ่องกง ยังไงให้ได้ลูก เรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อ แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยเรามานาน เป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของเราให้รู้สึกอุ่นใจเมื่อได้ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ท่านช่วยประทานพร คุ้มครองเราให้ชีวิตอยู่ดีราบรื่น หรือแม้แต่การขอให้ได้ในสิ่งต่างๆ ให้สมหวังดังใจปอง ที่วัดแห่งนี้ก็เช่นกัน ถูกสร้างขึ้นเพื่อคุ้มครองชาวประมงในการออกเรือไปหาปลา ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดของฮ่องกง บริเวณวัดจะมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของวัด ซึ่งผู้คนนิยมเดินทางไปกราบไหว้ขอพรอธิษฐานจิตให้ได้ลูกสมใจ และยังมีพระสังกัจจายที่เชื่อกันว่าสามารถขอเพศของลูกได้ อีกทั้งยังติดหนึ่งในสถานที่ฮิตในการไปกราบไหว้ขอพรขอลูกเช่นเดียวกัน แต่อาจจะต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลสักหน่อย (แต่รับรองว่า สิ่งที่ได้กลับมานั้นคุ้มค่าแน่นอนจ๊ะ)  สถานที่ ที่ว่าก็คือ รีพลัสเบย์ (Repulse Bay) ฮ่องกง ซึ่งจริงๆแล้ว ที่รีพลัสเบย์นี้เป็นเหมือนสถานที่รวมเทพเอาไว้มากมาย เรียกได้ว่าถ้าใครที่อยากจะขอพรเรื่องอะไร ก็สามารถมาที่นี่แล้วจะได้ขอทุกอย่างที่คุณอยากได้ ไม่ว่าจะเป็นการเงิน ความรัก สุขภาพ แต่ที่เด็ดและเป็นที่เลื่องลือมากก็คือ การขอลูก

เริ่มจากการขอแบบทั่วๆ ไปขอกับ “เจ้าแม่กวนอิม” (เจ้าแม่ทับทิม Tin Hau Temple) ที่ยืนเด่นอยู่กลางอ่าว รีพลัสเบย์ ได้เลย การขอพรก็ง่ายๆ ธรรมดาไม่ต้องพิธีกรรมอะไรเป็นพิเศษ กราบไหว้ขอพรอธิษฐานจิตให้ได้ลูกสมใจ กับอีกวิธีก็คือจะต้องไปขอกับ “องค์สังกัจจาย (องค์ Baby Buddha)” ซึ่งนี่แหละคือที่เด็ด ของที่นี่เลย เพราะมีหลายคนมาขอที่นี่แล้วได้เบบี๋กลับบ้านไปสมใจ แถมยิ่งไปกว่านั้นคือเราสามารถเลือกได้ด้วยว่าอยากจะขอเป็นลูกสาวหรือลูกชาย (แต่พอเอาเข้าจริงๆ จะลูกสาวลูกชายก็ขอให้ได้มาก่อนก็แล้วกัน) แต่วิธีการขอก็จะต้องพิเศษนิดหน่อย คือ ต้องตั้งจิตอธิษฐานและลูบที่ท้อง “องค์สังกัจจาย”  โดยให้สังเกตให้ดี เพราะจะมีทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง เด็กชายจะอยู่ซ้าย เด็กผู้หญิงจะอยู่ขวา “ถ้าอยากได้ลูกชายให้ลูบท้องซ้าย อยากได้ลูกสาวให้ลูบท้องขวา” เชื่อว่าองค์สังกัจจายก็จะประทานลูกมาให้ดังใจหวัง สำหรับใครที่ยังลังเลหรือสงสัยว่ามีใครกันบ้างที่ไปขอพรที่ รีพลัสเบย์ แล้วได้พรสมใจกลับมา บอกได้เลยค่ะว่ามีดาราดังที่กลายเป็นคุณแม่เต็มตัว เพราะไปขอลูกจากที่นี่หลายท่าน อาทิ เช่น หนิง ปณิตาก็ได้ไปขอพรจนได้น้องนิรินกลับมา และว่าที่คุณแม่ดีกรีนางสาวไทยอย่าง “นุ้ย สุจิรา” ที่ก็เผยถึงเรื่องราวการเดินทางไปทำบุญไหว้พระที่ฮ่องกงแล้วก็ไม่ลืมที่จะขอลูกมาด้วย ซึ่งก็ได้สมใจปรารถนา

แม้วัดแห่งนี้จะมีขนาดเล็กๆ แต่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายให้กราบไหว้ขอพรกัน เรียกว่าอิ่มบุญสุขใจกันถ้วนหน้า สำหรับใครที่ไม่อยากเดินทางไกลไปถึงฮ่องกง แต่อยากไปขอลูกตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใกล้ๆ ที่เมืองไทยเราก็มีหลายสถานที่ดังๆ ที่ขึ้นชื่ออยู่หลายแห่ง อาทิเช่น  หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร ฉะเชิงเทรา, พระมหากัจจายนะ (พระแอด) วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, เจ้าแม่กวนอิม วัดเล่งเน่ยยี่ หรือวัดมังกรกมลาวาส เยาวราช เป็นต้น ใครสะดวกที่ไหนก็ลองไปที่นั่นกันดูค่ะ….ขอให้ได้เจ้าตัวน้อยกันเร็วๆ สมใจหวังนะคะ

ลูก ผื่น ขึ้น หน้า

ลูก ผื่น ขึ้น หน้า รักษาแบบเร่งด่วน

ลูก ผื่น ขึ้น หน้า

ลูก ผื่น ขึ้น หน้า รักษาแบบเร่งด่วน ผื่นแดงที่หน้าทารก ทำอย่างไรให้หาย ผื่นแดงที่หน้าทารก เป็นปัญหาที่มักจะพบได้บ่อย ๆ เนื่องจากผิวหนังของทารก โดยเฉพาะทารกในวัยแรกคลอดนั้นยังบอบบางอยู่มาก คุณแม่หลายท่านเมื่อสังเกตเห็นว่า ทารกเป็นผื่นแดงที่หน้า ก็มักจะเกิดความกังวล ซึ่งผื่นแดงที่หน้าทารกนั้นมีหลายชนิด และมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย

ผื่นภูมิแพ้ทางผิวหนัง เป็นผื่นแพ้เรื้อรังที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก ในช่วงวัยทารกผื่นจะมีลักษณะเป็นตุ่มแดงคัน หรือตุ่มน้ำใส โดยผื่นจะขึ้นบ่อยบริเวณใบหน้า ด้านนอกของแขนขา และอาจมีน้ำเหลืองไหลเยิ้มได้ ในเด็กโต ผื่นจะขึ้นเป็นตุ่ม หรือปื้นแดงหนาที่คอ ข้อพับต่าง ๆ ในรายที่เป็นมากผื่นสามารถขึ้นได้ทั่วร่างกาย และมีอาการคันมาก ผื่นภูมิแพ้ทางผิวหนัง สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ได้แก่ มาจากกรรมพันธุ์ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ เช่น หอบหืด โรคแพ้อากาศ หรือผื่นภูมิแพ้ทางผิวหนัง เหงื่อจากอากาศร้อน หรือผิวหนังแห้งจากอากาศหนาว เกิดจากสารระคายเคืองต่าง ๆ ที่มีการสัมผัสกับทารก เช่น เสื้อผ้าที่สวมใส่ น้ำหอม สบู่ แป้ง ผงซักฟอก หรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น อาหารบางชนิด เช่น นมวัว ไข่ เกิดจากการติดเชื้อ สารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ ในอากาศ เช่น ไรฝุ่น ผื่นแดงที่หน้าทารก ทำอย่างไรให้หาย ให้ลูกกินนมแม่ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้จากนมชนิดอื่น หากสงสัยว่าเกิดจากการแพ้สารเคมีหรือยา ให้หยุดยาทุกชนิดและปรึกษาแพทย์ หากมีอาการคันอย่างมากโดยเฉพาะผื่นลมพิษ อาจใช้ขี้ผึ้งสำหรับเด็กแต้มเพื่อบรรเทาอาการคันหลีกเลี่ยงปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้อาการกำเริบ โดยสังเกตลูกอย่างใกล้ชิด เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ผื่นกำเริบแล้วหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นหลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้าลูก เช่น การหอม การลูบ ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ในการดูแลผิวลูก ใช้เสื้อผ้าเนื้อนุ่ม โปร่ง ใส่สบาย และควรจะซักล้างผงซักฟอกออกจากเสื้อผ้าลูกให้สะอาด ล้างหน้าลูกด้วยสบู่อาบน้ำเด็กที่อ่อนละมุน ไม่มีน้ำหอมฉุน ปราศจากสารเคมี รักษาความสะอาดพื้นที่โดยรอบบ้านให้ดี โดยเฉพาะหากมีพรมในบ้าน เพราะพรมมักจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค หลีกเลี่ยงพื้นที่รกชื้น ที่เป็นแหล่งชุกชุมของยุงและแมลง

ถ้าอาการผื่นแดงที่หน้าทารกเป็นมาก จำเป็นต้องใช้ยาลดการอักเสบที่ผิวหนัง ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ช่วยดูแล และหากลูกมีประวัติแพ้ยา ให้บันทึกชื่อยาที่ลูกแพ้ และแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้ง

ผดร้อนป้องกันได้สบายผิว อย่าให้เจ้าตัวน้อยร้อนมากเกินไปสวม เสื้อผ้าหลวม ๆ ผ้าเนื้อบางเบา เนื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย 100% เพราะจะช่วยดูดซับเหงื่อและความชื้นได้ดีกว่าผ้าใยสังเคราะห์ การห่อหุ้มตัวลูกน้อยมากหรือใส่เสื้อผ้า เต็มที่เวลานอนกลางคืน ยิ่งทำให้ต่อมเหงื่อ ของเจ้าตัวน้อยทำงานหนัก ไม่สามารถระบายเหงื่อออกได้ รูขุมขนก็จะอุดตันเป็นผื่นขึ้น จนผิวอักเสบพุพองเป็นหนองได้ คุณแม่ควรให้นอนในห้องที่เปิดพัดลมส่ายไปมา หรือติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ในวันที่อากาศร้อนจัดคุณแม่อาจอาบน้ำ ให้ลูกบ่อยขึ้น ก็ช่วยระบายความร้อนได้ หมั่นรักษาความสะอาดให้ผิว และอยู่ในที่ที่มีลมโกรกและอากาศถ่ายเทสะดวก

เมื่อพาออกข้างนอกควรใส่หมวกและอย่าให้ถูกแสงแดดโดยตรง หรืออาจให้ลูกกินนมบ่อย ๆ เพื่อให้ลูกได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ให้ลูกสวมผ้าอ้อมผ้าบ้าง เพื่อพักผิวจากผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ทำให้เกิดผดผื่นได้ง่าย และเปลือยก้นลูกให้ถูกลมบ้าง เพื่อลดโอกาส เกิดผื่นผ้าอ้อมในหน้าร้อน

ลูก ผื่น ขึ้น ทั้ง ตัว

ลูก ผื่น ขึ้น ทั้ง ตัว แก้ไขได้ไม่ต้องกังวล

ลูก ผื่น ขึ้น ทั้ง ตัว 

ลูก ผื่น ขึ้น ทั้ง ตัว แก้ไขได้ไม่ต้องกังวล

ผื่นคันในทารกมีหลากหลายชนิด ได้แก่

  1. ผดผื่นที่เกิดจากต่อมเหงื่อเนื่องจากต่อมเหงื่อของเจ้าตัวน้อยยังทำงานได้ไม่ดี  จึงเกิดการอุดตัน กลายเป็นผดผื่นได้ง่าย ซึ่งได้แก่ ผดใส ผดแดง และผดลึก ที่มักเกิดในฤดูร้อน ผดแต่ละชนิดจะขึ้นอยู่กับ ความลึกของการอุดตันของต่อมเหงื่อที่ชั้นผิวหนัง ถ้าอุดตันที่ผิวหนังตื้น ก็จะเห็นเป็นผดใส ถ้าอุดตันที่ผิวหนังระดับกลางก็จะเห็นเป็นผดแดง และถ้าอุดตันที่ผิวหนังระดับล่าง ก็จะเป็นผดสีขุ่น
  2. ผดผื่นที่เกิดจากต่อมไขมันโดยเฉพาะเจ้าตัวน้อยแรกเกิดถึง 3 เดือน รูเปิดของต่อมไขมันยังทำงานได้ไม่ดี ทำให้ผิวหนังเกิดการอุดตันและอักเสบได้ง่าย บริเวณใบหน้า แก้ม ตามซอกข้อพับ ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ หน้าอก และแผ่นหลังช่วงบน โดยเฉพาะที่ ศีรษะ บริเวณคิ้ว ใบหู หลังหู จะมีต่อมไขมันมากกว่าส่วนอื่น ทำให้เห็นคราบไขมันเหลืองหนา แห้งเป็นเกร็ดติดอยู่ และจะผลิตออกมาเรื่อย ๆ ของเก่าแห้งไป ของใหม่มาอีก แต่จะไม่ค่อยมีอาการคัน เจ้าตัวน้อยจึงไม่หงุดหงิด
  3. ผื่นจากภูมิแพ้ผิวหนังเป็นพันธุกรรมที่คุณพ่อหรือคุณแม่เป็นภูมิแพ้ ทำให้ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ หากเจ้าตัวน้อยได้รับพันธุกรรมผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมา ผิวหนังก็จะไวและแพ้ได้ ง่ายแม้แต่เหงื่อของตัวเอง จึงทำให้เกิดผื่นขึ้นมา โดยจะพบกรณีนี้ประมาณ 14-15%
  4. ผื่นแพ้ผ้าอ้อมการปล่อยให้ผิวหนังของเจ้าตัวน้อยที่บอบบางเปียกชื้น หรือหมักหมมเพียงนิด ก็จะทำให้เขาเป็นผื่นผ้าอ้อมเริ่มจากบริเวณขาหนีบโดยเฉพาะปลายอวัยวะเพศชายและลูกอัณฑะ ถ้าเกิดความระคายเคืองก็จะอักเสบได้ง่าย หากปล่อยให้ผิวของเจ้าตัวน้อยหมกหมมนานๆ จะเกิดเชื้อรา Candida แทรกซ้อนตำแหน่งเดียวกับที่เป็นผื่นผ้าอ้อม กระจายลามแดงเป็นเม็ดเล็กๆ อาจลาม
  5. ผื่นลมพิษจะมีลักษณะเป็นผื่นบวมแดง มีขอบนูนชัดเจน จะเป็นๆ หายๆ มีอาการคัน ยิ่งถ้าลูกเกาก็จะยิ่งกระตุ้นให้มีผื่นมากขึ้นและคันมากขึ้น สาเหตุของลมพิษ นั้นเกิดจากการแพ้สารเคมีหรือแพ้อาหารเป็นส่วนใหญ่

ยาทาแก้ผื่นคันสำหรับทารก

  1. น้ำมันมะกอก เบบี้ออยล์ในกรณีผื่นที่เกิดจากต่อมไขมันป้องกันไม่ได้ เพราะเป็นฮอร์โมนที่เจ้าตัวน้อยได้รับจากคุณแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จึงต้องรอเวลาที่ฤทธิ์ของฮอร์โมนในตัวของเขาหมดไป มันก็จะหายไปเอง ระยะเวลาแล้วแต่จะได้รับฮอร์โมนมามากหรือน้อย แต่สามารถดูแลให้จางหรือเบาบางได้ด้วยการใช้น้ำมัน เช่น น้ำมันมะกอก เบบี้ออยล์ ฯลฯ นวดทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ให้สะเก็ดมันนุ่ม แล้วค่อยเช็ดหรือสระออก สะเก็ดก็จะหลุดออก แต่ถ้าปล่อยให้สะเก็ดแห้งแข็งอยู่อย่างนั้น อาจไปขูดหนังศีรษะให้เป็นแผลติดเชื้อได้
  2. ยาแก้อักเสบ 0.02% T.A. หรือครีมธรรมดาจำพวก Brand Cream จะใช้ในส่วนผื่นแดงบริเวณที่ไม่มีเส้นผมหรือขน เช่น แก้ม หลังหู ซอกคอ ขาหนีบ ฯลฯ โดยทาบางๆ เพื่อไม่ให้ผิวหนังเป็นขุยลอก หรือควรปรึกษาคุณหมอ

เรื่องน่ารู้  การทาคาลาไมน์ในกรณีนี้ช่วยได้ในช่วงแรก แต่ถ้าเนื้อแป้งในคาลาไมน์อาจเกาะติดรูต่อมไขมัน อาจทำให้อาการแย่ลงในภายหลัง

  1. ซิงค์ ออกไซด์(zinc oxide) เป็นสารที่ใช้ในทางการแพทย์ มีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบ ลดอาการคัน ทำให้ผื่นผิวหนังแห้งลง และมีรายงานว่าช่วยยับยั้งป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ เมื่อซึมสู่ผิวหนังจะเป็นประโยชน์ต่อการสมานสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ และไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ
  2. ลดการระคายเคืองผิวหนังโดยให้โลชั่น ครีมหรือออยเม้นท์ช่วยเคลือบผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ ชโลมทาผิวหนังบ่อยๆ หรือทาทันทีหลังอาบน้ำหรือหลังแช่ในอ่างน้ำ 15-20 นาที โดยทาภายใน 3 นาที  ก่อนที่น้ำที่ผิวจะระเหย

สิ่งสำคัญด่านแรกสุด ในการดูแลลูกน้อยให้ห่างไกลจากผดผื่นคือ

  1. การรักษาผิวหนังของลูกให้สะอาดอยู่เสมอ
  2. คุณแม่ควรตัดเล็บให้สั้น รวมถึงเล็บของเจ้าตัวน้อยด้วย ตะไบอย่าให้เล็บคม ป้องกันรอยขูดขีด เกาเพื่อไม่ให้เป็นทางเข้าของเชื้อโรค ก็จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยห่างไกลจากผดผื่นและการเจ็บป่วยได้ในเบื้องต้น
  3. คุณแม่ควรให้ความระมัดระวังในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลผิวหนังของเด็ก
  4. หากเจ้าตัวน้อยเป็นผื่นมากไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานหรือซื้อยาใช้เอง ควรปรึกษาแพทย์เพราะการใช้ยาอย่างไม่ถูกต้องอาจทำให้มีผลข้างเคียงอื่นที่เป็นอันตรายตามมาได้

 

ลูก ฟันกรามขึ้น

ลูก ฟันกรามขึ้น แม่แม่ต้องรับมือให้ไหว

ลูก ฟันกรามขึ้น 

ลูก ฟันกรามขึ้น แม่แม่ต้องรับมือให้ไหว ลําดับการขึ้นของฟันทารก ฟันลูกขึ้นกี่เดือน ฟันซี่แรกขึ้นตรงไหน ฟันน้ำนม ฟันแท้ขึ้นตอนไหน ลำดับการขึ้นของฟันน้ำนมทารก ช่วงเวลาที่ฟันน้ำนมจะหลุด และฟันแท้ของลูกจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ ตารางการขึ้นของฟัน ลำดับการขึ้นและหลุดของฟันทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ลำดับการหลุดของฟัน

ช่วงเวลาตามภาพเป็นช่วงเวลาเฉลี่ย เด็กหลายคนอาจฟันขึ้นช้าหรือเร็วกว่าเวลาเฉลี่ยถึง 1 ปี ไม่ต้องกังวลนะคะ เด็กบางคนฟันน้ำนมซี่แรกขึ้นตอน 3 เดือน เด็กบางคนฟันน้ำนมซี่แรกขึ้นตอน 1 ขวบครึ่ง ไม่ผิดปกติแต่อย่างใด ไม่เกี่ยวกับได้รับแคลเซียมมากหรือน้อยเกินไป ไม่เกี่ยวกับนมที่กิน ไม่เกี่ยวกับพัฒนาการ เด็กบางคนอาจมีฟันขึ้นไม่เป็นไปตามลำดับ เช่น อาจมีฟันน้ำนมซี่หน้าบนขึ้นก่อน หรือมีฟันเขี้ยวขึ้นก่อน ซึ่งเกิดขึ้นได้ไม่ต้องกังวลค่ะ หากลูกอายุ 1 ขวบครึ่งแต่ยังไม่มีฟันขึ้นสักซี่ ให้พาลูกไปพบหมอฟันเพื่อตรวจนะคะ

 

วิธีสังเกตฟันน้ำนมลูกใกล้จะขึ้น

เด็กที่ฟันน้ำนมใกล้ขึ้นจะมีน้ำลายเยอะ ชอบเอามือเข้าปาก อาจงอแงหรือตื่นบ่อยตอนกลางคืน อาจมีไข้ร่วมด้วย สังเกตเห็นสันเหงือกมีสีซีด ๆ จับดูนูน ๆ แข็ง ๆ

ลดอาการคันเหงือกของลูก คุณแม่สามารถบรรเทาอาการคันเหงือกของลูกโดยให้ลูกกัดยางกัดแช่เย็น หรือใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นที่สะอาดพันนิ้วเพื่อนวดเหงือกให้ลูก หากลูกปวดเหงือกมาก งอแงมาก อาจให้ลูกกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้

ฟันแท้ซี่แรก ขึ้น ตําแหน่งใด ‘ฟันแท้ซี่แรก’ ที่จะขึ้นมาในช่องปากคือ ‘ฟันซี่หน้าล่าง’ หรือ ‘ฟันกรามซี่ในสุด’ ฟันกรามแท้ซี่แรก (รูปหมี) จะขึ้นเมื่ออายุประมาณ 5 ขวบครึ่ง – 7 ขวบ หากลูกอายุช่วงนี้ (5 ขวบครึ่ง – 7 ขวบ) แล้วเห็นฟันกรามซี่ในสุดขึ้นบนเหงือกนั่นคือฟันแท้แล้วนะคะ คุณแม่หลายท่านเข้าใจผิดว่ายังเป็นฟันน้ำนมเพราะฟันกรามแท้ซี่นี้ขึ้นมาบนสันเหงือกเปล่า ไม่ได้ขึ้นแทนที่ฟันน้ำนมค่ะ

ความสำคัญของฟันน้ำนม

จากรูปจะเห็นว่าช่วงเวลา 5-6 ขวบปีแรก ลูกเราจะต้องใช้ฟันน้ำนมล้วน ๆ เพื่อเคี้ยวอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมอง เพราะฉะนั้นถ้าใครมองว่าฟันน้ำนมไม่สำคัญ นั่นเป็นเรื่องไม่จริงเลยค่ะ

วิธีดูแลฟันลูก

-แปรงฟันให้ลูกอย่างมีคุณภาพด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ตั้งแต่ฟันซี่แรกทุกวัน

-แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน

-พาลูกไปพบหมอฟันตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้นหรือไม่เกิน 1 ขวบ ทำได้เท่านี้ก็ป้องกันฟันผุให้ลูกรักได้แล้วค่ะ

ลำดับการขึ้นของฟัน

ฟันน้ำนม – เริ่มขึ้นตั้งแต่อายุ 0-6 เดือน โดยจะโผล่ออกมาจากเหงือกบวม ๆ และทำให้เจ้าตัวเล็กน้ำลายยืดตลอดเวลา ไม่สบายตัว และอาจทำให้เป็นไข้ได้

ฟันกระต่าย – เริ่มขึ้นตั้งแต่อายุ 6-10 เดือน ในช่วงนี้ฟันคู่หน้าทั้งบนล่างจะเริ่มงอก อาจทำให้คุณแม่รู้สึกไม่ค่อยสบายนักเวลาให้นม

ฟันกราม – ช่วงอายุระหว่าง 10-14 เดือน ฟันกรามจะเริ่มงอกทำให้เด็กเจ็บจนอาจถึงขั้นไม่หลับไม่นอน

เขี้ยว – อายุ 1-2 ขวบ เขี้ยวจะเริ่มงอก และอาจทำให้เจ็บ ไม่สบาย หรือมีไข้ได้เช่นกัน

ฟันกรามส่วนที่ 2 – ฟันชุดสุดท้ายจะขึ้นในช่วงอายุ 2-3 ขวบ ซึ่งรวมถึงฟันกรามใหญ่ นั่นแปลว่าจะปวดและไม่สบายปากมากขึ้นสองเท่าด้วย

รู้ไว้ใช่ว่า

ฟันของเด็กผู้หญิงมักจะขึ้นก่อนของเด็กผู้ชาย

ฟันล่างมักจะขึ้นก่อนฟันบน

ฟันแท้อาจจะใหญ่กว่าฟันน้ำนม แต่ฟันน้ำนมมักจะขาวกว่าฟันแท้

ฟันแท้ของผู้ใหญ่มี 28 ซี่

สัญญาณที่บ่งบอกว่าฟันกำลังจะขึ้น อาการและสัญญาณต่าง ๆ อาจแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน แต่อาการที่พบบ่อยคือ อาการเคือง แก้มแดง ถูหูและเหงือก ไข้และปัญหาในการกินอาหาร แต่บางครั้งการติดเชื้อในหูก็อาจทำให้มีอาการเหล่านี้เช่นกัน ผู้ปกครองควรเฝ้าระวังเป็นระยะ

วิธีบรรเทาอาการปวดเหงือก ให้ยางสำหรับกัดเพื่อช่วยลดความปวดให้ลูกในช่วงฟันใกล้ขึ้น เลือกที่กัดที่มีผิวสัมผัสต่าง ๆ และสามารถเป็นของเล่นไปในตัว เช่นที่มีเสียงหรือสะท้อนแสง ซึ่งจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจเด็กไปจากความเจ็บได้

 

ลูกเป็นหวัด รักษายังไงให้หายไว

ลูกเป็นหวัด

ลูกเป็นหวัด รักษายังไงให้หายไว – ป่วยบ่อยตั้งแต่แรกเกิด จนถึงวัยทารก ลูกเป็นหวัด ทำอย่างไรให้หายป่วยเร็ว แม่สงสาร ลูกร้องไห้ ไอ ตัวร้อน ทารกเป็นหวัด ไอแบบนี้ ทารกเป็นหวัดกี่วันหาย

ลูกเป็นหวัด ไข้หวัดธรรมดา เกิดจากอะไร

โรคหวัดเกิดจากเชื้อไวรัสที่ติดต่อกันได้ง่ายมาก เชื้อเหล่านี้กระจายอยู่ในอากาศเมื่อผู้ติดเชื้อไอ จามหรือสั่งน้ำมูกออกมา สิ่งที่ผู้ติดเชื้อสัมผัสอาจส่งต่อเชื้อโรคให้คนอื่นเป็นหวัดต่อไปเป็นทอด ๆ ไข้หวัดเป็นโรคที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นบ่อยกว่าโรคอื่น ๆ เชื้อไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุของไข้หวัดธรรมดามีอยู่ในทุกสภาพอากาศแต่จะพบบ่อยที่สุดในอากาศหนาวเย็นและ/หรือเปียกแฉะ

อาการของไข้หวัดธรรมดา

อาการของโรคไข้หวัดธรรมดาประกอบด้วย คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ จาม มีไข้มีสูงนัก และไม่อยากอาหารเนื่องจากมีเสมหะ ร่างกายมักแสดงอาการของโรคภายใน 3-7 วันหลังได้รับเชื้อและจะเป็นอยู่ราว 3-5 วันก่อนจะหาย

ลูกเป็นหวัด ไอ กี่วันหาย

อาการของโรคหวัดธรรมดามักจะหายไปเองภายในไม่เกิน 7-10 วัน แต่หากลูกมีอาการอื่นร่วมด้วยควรรีบไปหาหมอ เช่น ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส ไอไม่หยุด หายใจลำบาก ซึม ไม่ทานนมหรือไม่อยากอาหาร และอาเจียน สำหรับทารกที่เป็นหวัด พ่อแม่อย่านิ่งนอนใจ ต้องรีบพาลูกไปพบคุณหมอ เพราะร่างกายของวัยแรกเกิดจนถึงทารกนั้นบอบบาง ส่วนทารกที่เสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วย เป็นไข้หวัดได้ง่าย อาทิ ทารกที่คลอดออกมามีน้ำหนักตัวน้อย ทารกคลอดก่อนกำหนด หรือทารกที่ไม่ได้กินนมแม่ก็จะเสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วย เป็นหวัดได้ง่ายกว่าทารกกินนมแม่ กระทั่งเด็กที่มีโรคประจำตัว พวกโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดและโรคสมองพิการ ก็ต้องระวังเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ สิ่งแวดล้อมภายในบ้านก็มีผลต่อร่างกายของลูกหรือทารก ดังนี้

-บ้านที่สกปรก ฝุ่นเยอะ

-มีสัตว์เลี้ยงแต่ไม่สามารถดูแลความสะอาดได้ดี

-คนในบ้านสูบบุหรี่ หรือคนละแวกบ้านสูบบุหรี่ ทำให้มีละอองหรือควันบุหรี่

-อากาศภายในบ้านที่ร้อนชื้น หรืออากาศเย็นเกินไป ปัจจัยเหล่านี้ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วยของทารก ทำให้ลูกเป็นหวัดได้ง่าย ๆ นะแม่

 

เมื่อลูกเป็นหวัด ทำอย่างไรให้หายป่วยเร็ว หากลูกเป็นหวัด ทำอย่างไรให้หายป่วยเร็ว พ่อแม่ที่มีลูกในวัยทารก สามารถช่วยดูแลลูกได้ ดังนี้

-ลูกมีน้ำมูก ให้ใช้ลูกยางดูดน้ำมูก หรือล้างจมูกลูกด้วยน้ำเกลือ

-เช็ดตัวลดไข้ลูก โดยใช้น้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา

 

ป้องกันอย่างไรไม่ให้ลูกเป็นหวัด

-เด็กแรกเกิด ทารก ควรกินนมแม่ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค

ขระวังไม่ให้ลูกน้อย โดยเฉพาะเด็กแรกเกิดหรือทารก อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย แม้ว่าจะใส่หน้ากากอนามัยแล้วก็ตาม

-พ่อแม่ ญาติ คนใกล้ชิด ต้องล้างมือ ทำความสะอาดทุกครั้งก่อนจับหรืออุ้มลูก

-สังเกตลูกเสมอ หากนำลูกไปฝากที่สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือกลับจากโรงเรียน ถ้าลูกมีอาการผิดปกติจะได้รีบพาไปหาหมอ

รู้กันไปแล้วว่าลูกเป็นหวัด ทำอย่างไรให้หายป่วยเร็ว สำหรับลูกในวัยทารก อายุต่ำกว่า 3 เดือน ควรไปโรงพยาบาล เพื่อให้คุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา หรือมีอาการรุนแรงกว่านั้น เพราะทารกร่างกายยังไม่แข็งแรง ที่สำคัญคือ อย่าซื้อยามาป้อนลูกเอง ควรปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกร เพื่อความปลอดภัยของลูกนะคะ

5 วิธีดูแลลูกเป็นหวัด โดยไม่ต้องกินยา

1. กินน้ำมะเขือเทศสด

มะเขือเทศจะมีวิตามินที่ช่วยไล่หวัดได้ดี และยังเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้กับลูกอีกด้วย โดยที่คุณแม่อาจใช้วิธีคั้นเป็นน้ำเพื่อให้ลูกทานได้ง่ายขึ้นค่ะ

2. เน้นให้กินอาหารที่ทำมาจาก ธัญพืช

เช่น ข้าวโอ๊ต เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ถั่วและงา อาหารพวกนี้จะสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้ลูกได้ค่ะ

3. ตอนนอนควรใส่ถุงเท้า

เพราะเด็ก ๆ เวลานอนหลับสนิทส่วนมากชอบถีบผ้าห่มออกจากตัวแน่นอนค่ะ  และยิ่งเป็นเด็กเล็กที่นอนในห้องแอร์ยิ่งต้องเพิ่มความอบอุ่นให้ลูกเป็นพิเศษ การใส่ถุงเท้าให้ไม่ว่าลูกจะถีบผ้าห่มออกตอนไหนร่างกายก็ยังอบอุ่นอยู่ตลอดค่ะ

4. ไม่ควรอาบน้ำให้ลูกตอนไม่สบาย

เพราะจะยิ่งทำให้ลูกมีอาการหนาวสั่นและไม่สบายมากกว่าเดิมค่ะ

5. ดูแลเรื่องที่นอนให้สะอาดอยู่เสมอ

เรื่องที่นอนสำคัญมาก ยิ่งถ้าลูกมีอาการจาม ให้คิดไว้ว่าที่นอนคงมี ไรฝุ่น แล้วละค่ะ

ถ้าคุณแม่ดูแลเรื่องพวกนี้จนหมดแล้วลูกก็ยังไม่สบายอยู่คงต้องพึ่งการกินยาแล้วละค่ะ แต่การให้ลูกกินยาคุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอ หรือเภสัชกรที่มีความชำนาญในเรื่องนี้ก่อนนะคะ เพื่อความปลอดภัยของตัวลูกค่ะ

ยาที่เด็กสามารถกินได้มีดังนี้ค่ะ

  • ยาลดน้ำมูก ส่วนมากยาลดน้ำมูกจะผสมแอลกอฮอล์ ดังนั้นคุณแม่จึงไม่ควรให้ลูกกินติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะจะเกิดผลเสียกับลูกได้ค่ะ
  • ยาแก้ไอ ก่อนซื้อมากินก็ควรปรึกษาคุณหมอก่อนค่ะ เพราะยาบางตัว อยู่ในกลุ่มของยาขยายหลอดลม อาจทำให้รู้สึกใจสั่นและเหนื่อยได้ค่ะ
  • ยาแก้แพ้ ไม่ควรกินติดกันเป็นเวลานานค่ะ เพราะยาบางตัวใส่ สเตรียรอยด์ อาจไปทำการยับยั้งภูมิคุ้มกันได้ค่ะ
  • ยาลดไข้ ถ้าไม่มีอาการไข้สูงมาก หรือตัวร้อนจัด ๆ ก็ไม่ต้องใช้ยาลดไข้ก็ได้นะคะ เพราะมีวิธีการลดไข้ โดยไม่ใช้ยาก็ได้ โดยการเช็ดตัวให้ลูกค่ะ

การกินยาไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีนะคะ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องดูถึงความจำเป็นด้วยค่ะว่าอาการของลูกหนักแค่ไหน ต้องใช้ยาต่าง ๆ เพื่อให้หายป่วยหรือไม่ ถ้าดูแลป้องกันได้เองก็จะดีกว่าค่ะ

เอาใจลูกมากขึ้นสักหน่อย

ระหว่างที่ลูกเป็นหวัด (หรือจะป่วยด้วยโรคอะไรก็ตามแต่) ลูกควรได้รับความเอาใจใส่และการเอาใจจากคุณพ่อคุณแม่มากกว่าปกติค่ะ กอดลูกให้บ่อยขึ้น อยู่ใกล้ลูกให้มากขึ้นเป็นสิ่งดีที่สุดที่คุณจะให้ได้ในยามนี้ นอกจากนี้ผ้าห่มผืนโปรด นิทานสนุก ๆ เครื่องดื่มอุ่น ๆ รสอร่อยและตุ๊กตานุ่มนิ่มน่ากอดก็จะช่วยให้ลูกรู้สึกดีขึ้นได้ค่ะ
หลังผ่านพ้นช่วงอาการหนักที่สุดไปแล้ว

เมื่ออาการหวัดของลูกทุเลาลง คุณพ่อคุณแม่ต้องทำความสะอาดที่นอน ห้องนอนและของเล่นของลูกอย่างสะอาดหมดจด อย่าลืมเปลี่ยนแปรงสีฟันเป็นแท่งใหม่และนำขยะทั้งหมด เช่น กระดาษทิชชูออกไปทิ้งข้างนอกบ้านให้เรียบร้อยด้วยนะคะ